"????????????" ??????????? ??????????????????????????????
(??????????????? ?????? 05 ???????? ?.?. 2551 ????? 32 ??????? 4007 (3207))
ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักส่งเสริมธุรกิจบริการ กรมส่งเสริมการส่งออก, สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) และสมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมส่งออกซอฟต์แวร์ไทย (TSEP) ได้พา 14 บริษัทซอฟต์แวร์ไทยไปโรดโชว์เปิดตลาดซอฟต์แวร์ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโตที่น่าสนใจ โดยได้จัดเป็นงาน business matching ที่เมืองฮานอยและโฮจิมินห์ เพื่อให้ผู้บริหารของหน่วยงานราชการและเอกชนได้เห็นถึงศักยภาพของซอฟต์แวร์ไทย
"เฉลิมพล ปุณโณทก" นายกสมาคมส่งออกซอฟต์แวร์ไทย เปิดเผยว่า ซอฟต์แวร์ที่นำมาแสดงในงานครั้งนี้เป็นซอฟต์แวร์เพื่อการบริหารจัดการใน 6 กลุ่มธุรกิจ อาทิ การบริหารต้นทุนการรับเหมาก่อสร้าง บริหารความเสี่ยงในสถาบันการเงิน ประกันภัย โรงพยาบาล ร้านอาหารและโรงแรม และบริการลูกค้าสัมพันธ์
การจัดงานทั้ง 2 แห่งได้รับการตอบรับที่ดี เป็นการเปิดโอกาสให้มีการเจรจาธุรกิจกันอย่างต่อเนื่อง และได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของไทย โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ในการบริหารต้นทุนก่อสร้างของบริษัท Longkong Studio ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้เวียดนามมีการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในหลายๆ ด้าน
นอกจากงานนี้จะเป็นการนำบริษัทซอฟต์แวร์ไทยมาพบกับลูกค้าเป้าหมายแล้ว ยังทำให้แต่ละบริษัทได้รับรู้ความต้องการอย่างแท้จริงของลูกค้า ได้เห็นโอกาสในการทำตลาดของซอฟต์แวร์เอ็นเตอร์ไพรส์ที่สามารถทำรายได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากค่าลิขสิทธิ์ ค่าบำรุงรักษา และที่สำคัญคือจะไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์หรือการก๊อบปี้ทำซอฟต์แวร์เถื่อน เพราะไม่มีใครจะนำธุรกิจมูลค่ามหาศาลของตนเองไปแขวนไว้กับซอฟต์แวร์เถื่อนที่ไม่สามารถมั่นใจในคุณภาพได้
การริเริ่มจัดงานประเภทนี้จึงเท่ากับเป็นการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของซอฟต์แวร์ไทย ที่จะยกระดับให้เป็นซอฟต์แวร์ระดับเวิรลด์คลาส สิ่งที่อยากจะขอความสนับสนุนจากภาครัฐคือ การจัดตั้งสำนักงานกลางในเวียดนามให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยแชร์พื้นที่กันใช้ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่ามีสถานที่ติดต่อในเวียดนามได้จริง เนื่องจากบริการหลังการขายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อซอฟต์แวร์ของลูกค้า
บริษัท Freewill Solutions ถือเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ไทยรายแรกๆ ที่บุกเบิกเข้าไปทำตลาดในเวียดนามที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ปัจจุบันเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในอุตสาหกรรมสถาบันการเงินและบริษัทหลักทรัพย์ของเวียดนาม โดยมีรายได้จากเวียดนามเฉลี่ยปีละ 4-5 ล้านเหรียญสหรัฐ
"วิชัย สุขในใบบุญ" รองประธานฝ่ายการตลาดและขาย บริษัทฟรีวิลล์ฯ กล่าวว่า การเริ่มทำตลาดในเวียดนามมีอุปสรรคสำคัญคือ ต้องมีสายป่านยาวในการทำตลาด เพราะต้องใช้เวลา 5-6 เดือน จึงจะสามารถปิดการขายได้ ขณะเดียวกันภาวะการแข่งขันสูงมาก เพราะซอฟต์แวร์จาก ทั่วโลกมุ่งหน้ามาทำตลาดเวียดนามทั้งนั้น เนื่องจากเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงมากในทุกๆ ด้าน
ฉะนั้นคนที่จะมาลงสนามแข่งขันนี้ได้ต้องมีความเชี่ยวชาญจริง รู้จริงในกระบวนการทางธุรกิจของลูกค้า รู้ว่าจะช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างไร เพราะเทคโนโลยีเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในการเลือกเท่านั้น ความเชี่ยวชาญทางธุรกิจนั้นๆ คือสิ่งสำคัญกว่า
ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า เวียดนามเป็นประเทศในอาเซียนที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยสูงสุด ตั้งแต่ปี 2546-2550 และยังถือเป็นอันดับ 2 ในเอเชียรองจากจีน โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี ขณะที่ประเทศอื่นๆ เติบโต 4-5% ต่อปี จึงเป็นตลาดการค้าและแหล่งลงทุนแห่งใหม่ที่ต่างชาติให้ความสำคัญ มากขึ้น
โดยปี 2550 มีนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในเวียดนาม รวม 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 40% จากปีก่อน จากผลของการเปิดเสรีด้านการลงทุนของรัฐบาลเวียดนาม เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงขององค์การการค้าโลก จึงทำให้ นักลงทุนต่างชาติมั่นใจที่จะเข้าไปลงทุนในเวียดนามมากขึ้น
และแม้ว่าขณะนี้สาธารณูปโภคของเวียดนามยังไม่เพียงพอกับความต้องการ แต่ขณะนี้ในเขตรอบนอกเมืองฮานอยและโฮจิมินห์มีการก่อสร้างถนนขนาดใหญ่เชื่อมจากใจกลางเมืองไปยังเขตรอบนอกเมือง พร้อมกับลงทุนพัฒนาทางรถไฟเพื่อรองรับการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นรอบเมืองใหญ่ และการเชื่อมต่อระบบ โลจิสติกส์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
ที่สำคัญคือ ปัจจุบันเวียดนามมีนิคมอุตสาหกรรมทางซอฟต์แวร์โดยเฉพาะที่เปิดให้บริการแล้ว 1 แห่ง คือ Quang Trung Software Industrial Park มีพื้นที่กว่า 430,000 ตร.ม. อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติในนครโฮจิมินห์เพียง 15 นาที ซึ่งขณะนี้มีบริษัทไอที 89 แห่งเข้ามาลงทุนในนิคมนี้แล้ว และเป็นบริษัทจากต่างชาติกว่า 49 แห่ง โดยทั้งหมดได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 4 ปี หลังจากเริ่มมีกำไรและในอีก 9 ปีหลังจากนั้นยังได้รับการลดอัตราภาษีให้อีก 50% จากอัตราปกติ 28% ที่สำคัญคือซอฟต์แวร์และบริการด้านซอฟต์แวร์ที่เกิดขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมนี้ไม่ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม
นอกจากนี้ยังมีแผนการจะสร้าง Hoa Lac Hitech Park ห่างจากฮานอยเพียง 30 นาที เพื่อเป็นศูนย์รวมของบริษัทในอุตสาหกรรมไอที ซอฟต์แวร์ ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยและศูนย์ฝึกอบรมด้านไอที โดยเฉพาะ ซึ่งจะเริ่มสร้างเฟสแรกในปีหน้า และจะเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดในอีก 4 ปี ข้างหน้า
ปี 2550 มูลค่าตลาดไอทีในเวียดนามมีประมาณ 795 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในอีก 2 ปีข้างหน้า รัฐบาลเวียดนามประเมินว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้รัฐบาลยังส่งเสริมให้การผลิตบุคลากรด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และตั้งเป้าจะผลิตนักไอซีทีที่มีทักษะด้านภาษาดีมากให้ถึง 1 แสนคนในอีก 2 ปี ข้างหน้า
เวียดนามในวันนี้แม้จะยังไม่พร้อมทุกด้าน แต่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่พูดในเวที วาง planning แล้ว "นิ่ง" สนิทเหมือนบางประเทศ
|